ผู้ว่าฯนำถวายพระพรองค์ราชินี
ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำข้าราชการและพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

วันที่ 3 มิถุนายน 2568 เวลา 07.30 น ณ หอประชุมพระพิรุณระลึกโปรดเกล้าฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นำคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรและเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 โดยมีพระเทพวัชรจริยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำพระภิกษุสงฆ์รับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้ง







จากนั้น นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางไปยังพระราชวังบางปะอิน เป็นประธานในพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ และลงนามถวายพระพรชัยมงคลในสมุดลงนาม จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดฯ พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองผู้ว่าราชการ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการพลเรือน ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมกันปล่อยพันธ์ปลาลงแม่น้ำเจ้าพระยาถวายเป็นพระราชกุศล



ที่วัดศาลาปูนวรวิหาร ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรและปล่อยพันธุ์ปลา พันธุ์กุ้ง ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พิธีเริ่มต้นด้วยการเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้น ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะผู้บริหาร วางพานพุ่มถวายพระพร ลงนามถวายพระพร นายประดิษฐ์ รัตนโกมล ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบพิธีดูอาร์ขอพร พระวชิโรภาส เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ คณะสงฆ์ จำนวน 49 รูป ออกรับบิณฑบาตร โดยมีช้างจากวังช้างแลเพนียด 6 เชือกมาร่วมพิธี จากนั้นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา พระวชิโรภาส นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมปล่อยพันธุ์ปลา พันธุ์กุ้ง 1,499,999 ตัว ลงสู่แม่น้ำ ซึ่งการประกอบพิธีในครั้งนี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ สร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำเพื่อสร้างแหล่งอาหารที่ยั่งยืนให้กับชุมชนด้วย



เวลา 19.00 น. ที่ หอประชุมพระพิรุณระลึกโปรดเกล้าฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568โดยคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธุ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพสกนิกร เข้าร่วมพิธี เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้



โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ประกอบพิธีวางพานพุ่ม เปิดกรวยกระทงดอกไม้สด ถวายเครื่องราชสักการะต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล พร้อมกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า และเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระองค์ที่ทรงทำคุณประโยชน์แก่พสกนิกรชาวไทย


ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงเป็นคู่พระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ด้วยพระราชหฤทัยมุ่งมั่น ในการสืบสานรักษาและต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งในด้านการเกษตรและการปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อฟื้นดินคืนป่า การพัฒนาอาชีพตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร บนพื้นฐานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนการพัฒนาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ของราษฎรจากหัตถ์ศิลป์ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยทรงพระกรุณาส่งเสริมศิลปาชีพอันเป็นการดำรงรักษาเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติไทยให้ดำรงอยู่ยั่งยืนสืบไป

